อเล็กซานเดร กามา เผยผลการอุ่นเครื่อง ชมแข้งกิเลนผยองมีความมุ่งมั่นฝึกซ้อม

หลังจากที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้เดินทางไปเข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมที่กิเลน วัลเลย์ฯ จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 3 มกราคม 2563 เพื่อเตรียมความพร้อมสู้ศึกในฤดูกาล 2020 ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นเร็ว ๆ นี้ พร้อมกันนั้น กิเลนผยอง ยังได้มีโอกาส เตะอุ่นเครื่องกับ สระบุรี ยูไนเต็ด และสามารถเอาชนะไปได้ด้วยประตู 5-2 ในวันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม 2563 ที่ผ่านมาอีกด้วย ทำให้ฟอร์มของ กิเลนผยอง ในตอนนี้กำลังเครื่องร้อนได้ที่ 

ในมุมมองของ อเล็กซานเดร กามา หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวบราซิล ได้เปิดเผยถึงผลการเก็บตัวที่ผ่านมาว่า 

“อย่างแรกเลยที่เรามากิเลนวัลเลย์ เราอยากพัฒนาในเรื่องของสมรรถภาพร่างกาย ให้เตรียมพร้อมสำหรับไอเดียหรือว่าคอนเซ็ปต์ที่เราจะเล่นในปีนี้ เราทำงานกันหนักมากช่วง 7 วัน จะเห็นสมรรถภาพร่างกายของนักเตะ ถ้าไปถามแทบจะล้ากันทุกคนเพราะเราซ้อมเช้าเย็นแทบจะทุกวัน และมีความเข้มข้นในการฝึกซ้อม ซึ่งผมพอใจมากในเรื่องของคุณภาพการฝึกซ้อม”

“ตอนนี้ยังไม่ได้มี 11 ผู้เล่นตัวจริงแน่นอน เราพยายามทำงานหนักตอนนี้เพื่อให้ทุกคนไปในแนวทางเดียวกันและคอนเซ็ปต์เดียวกัน โดยเฉพาะเราได้ผู้เล่นเข้ามาใหม่ด้วย ก็ต้องดูสภาพร่างกายว่าเขาเป็นยังไงบ้าง”

“อีกเรื่องหนึ่งในปีนี้เรามีเด็ก ๆ ที่ถูกดันขึ้นมา ซึ่งทุกคนมีศักยภาพเพียงพอที่จะเล่นได้ เพียงแต่ว่าทุกคนมีทาเลนท์หลายแบบมากเกินไป ซึ่งต้องพยายามตบให้เป็นแนวทางเดียวกัน แล้วก็ไปในคอนเซ็ปต์เดียวกันอย่างที่ผมต้องการ ซึ่งต้องใช้เวลา แต่ผมแฮปปี้ที่มีนักเตะใหม่เข้ามา และมีน้อง ๆ ขึ้นมาซัพพอร์ต” อเล็กซานเดร กามา กล่าวทิ้งท้าย

“ยินดีด้วยน้องชาย” ข้อความจากซาลาห์ ถึง มาเน่

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หัวหอกชาวอียิปต์คนดังของ ลิเวอร์พูล ร่วมแสดงความยินดีกับ ซาดิโอ มาเน่ กองหน้าชาวเซเนกัลเพื่อนร่วมทีม “หงส์แดง” ที่เพิ่งชนะคะแนนโหวตเป็นอันดับหนึ่ง คว้ารางวัลแข้งยอดเยี่ยมแอฟริกา ประจำปี 2019 ไปครองเป็นที่เรียบร้อย ซึ่ง มาเน่ ก็แฮปปี้สุด ๆ กับความสำเร็จส่วนตัวนี้ และไม่ลืมที่จะเชิดชูทุก ๆ คนที่สนับสนุนเขามาตลอดทั้งคนที่บ้านเกิด ทั้งโค้ชและเพื่อนร่วมทีมในสโมสรลิเวอร์พูล และทีมชาติเซเนกัล พร้อมสัญญาว่าจะรีบกลับไปฉลองกับทุกคนที่บ้านเกิดให้เร็วที่สุด

หลังคว้ารางวัลแข้งยอดเยี่ยมแอฟริกา ประจำปี 2019

ด้าน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กองหน้าจอมถล่ม ในฐานะเพื่อนร่วมทีม ลิเวอร์พูล ส่งข้อความแสดงความยินดีกับ ซาดิโอ มาเน่ ปีกแนวรุกที่ร่วมสู้มาด้วยกันตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา โดยปีนี้ ปีกชาวเซเนกัล ได้รับการโหวตให้ชนะรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของทวีปแอฟริกา ประจำปี 2019 ซึ่งนับเป็นสมัยแรกสำหรับดาวเตะทีมชาติเซเนกัล แซงหน้า ซาลาห์ ที่ตามมาเป็นอันดับ 2

ปีกตัวจี๊ดวัย 27 ปี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดปี 2019 ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาคือกำลังสำคัญที่ช่วย “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2018/19 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ต่อด้วยคว้าแชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และ ฟีฟีา คลับ เวิลด์ คัพ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยพาทีมชาติเซเนกัล ไปไกลถึงรอบชิงชนะเลิศในศึก แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ 2019 อีกด้วย (แพ้ให้ แอลจีเรีย 0-1)

ทั้งนี้ ซาลาห์ ปีกสตาร์ดังของลิเวอร์พูล ซึ่งเคยได้รับรางวัลทรงเกียรตินี้มาแล้ว 2 สมัยในปี 2017 และ 2018 ไม่ได้เดินทางไปร่วมพิธีประกาศรางวัลดังกล่าวที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เนื่องจากต้องอยู่ซ้อมกับต้นสังกัดในการเตรียมตัวสำหรับเกมลีกที่จะออกไปเยือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในสุดสัปดาห์นี้ ได้โพสต์ข้อความใน อินสตาแกรมส่วนตัว เพื่อแสดงความยินดีกับ มาเน่ ด้วยข้อความสั้น ๆ แต่กินใจว่า “ยินดีด้วยน้องชาย” พร้อมโพสต์รูปลูกสาวตัวน้อยพร้อมแคปชั่นว่า “และรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมได้แก่…” 

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยม

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาจากลิเวอร์พูล คือแข้งที่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนธันวาคม ของสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ไปครองได้สำเร็จ หลังจากทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในเดือนที่ผ่านมา

เทรนท์ แข้งวัย 21 ปี โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น พร้อมสร้างผลงาน 4 แอสซิต และ 1 ประตู ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทั้งในเกมพรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และเป็นส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์ ฟีฟา คลับ เวิลด์ คัพ หรือ ชิงแชมป์สโมสรโลก ที่ประเทศกาตาร์ เป็นครั้งแรกได้สำเร็จ

ประจำเดือนธันวาคม 2019 จากสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด

จากผลงานอันยอดเยี่ยมของเขา ทำให้แบ็กชาวอังกฤษรายนี้ได้รับเสียงโหวตจากแฟน ๆ บอลให้ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนของสโมสรเอาชนะเพื่อนร่วมทีมอย่าง โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ที่ตามมาเป็นอันดับ 2 และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คว้าอันดับที่ 3 ไปครอง โดยการมอบถ้วยรางวัลดังกล่าวนั้น จัดขึ้นที่สนามซ้อม เมลวู้ด ภายในงานประกาศรางวัล เจ้าหนูเทรนท์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมที่ได้รับว่า “มันเป็นรางวัลที่พิเศษมาก ๆ จากแฟนบอลเลยล่ะ มันมีความหมายกับผมมาก ๆ มันเป็นเดือนที่ดีสำหรับสโมสรของเรา เราคว้าถ้วยแชมป์มาครอง และมีเกมที่เราลงเล่นกันได้ดีอีกหลายนัดในลีก”

“ผมรู้สึกภูมิใจกับรางวัลนี้ และหวังว่าตัวผมเองจะรักษาฟอร์มนี้เอาไว้ได้ต่อไป การได้ แชมป์สโมสรโลก เป็นอะไรที่สำคัญมากต่อประวัติศาสตร์สโมสร มันจึงเป็นเรื่องที่สุดยอดมากที่เราทำมันได้ เกมกับ เลสเตอร์ ก็เป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน”

“การที่เราคว้าถ้วยแชมป์ได้ มันทำให้พวกเรามีความมั่นใจกันมากขึ้น ทำให้เราเป็นทีมมากขึ้นด้วยล่ะ” เทรนท์ กล่าวกับ Liverpoolfc.com เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรลิเวอร์พูล

สำหรับเดือนธันวาคมที่ผ่านมา อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ทำไป 4 แอสซิสต์ และ 1 ประตู รวมถึงลูกยิงในเกมถล่ม เลสเตอร์ ซิตี้ 4 – 0 จากการลงสนามไปทั้งหมด 8 นัด ส่งผลให้เขาคว้ารางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ในวันบ็อกซิ่งเดย์ด้วย

ทิตาธร ยันไม่ท้อคำวิจารณ์มุ่งมั่นทำผลงานให้ดีกว่าเดิมในนัดต่อไป

ทิตาธร อักษรศรี แบ็คซ้ายทัพช้างศึก รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เล่าความรู้สึกที่มีต่อเสียงวิจารณ์ถึงฟอร์มการเล่นในช่วงซีเกมส์ที่ผ่านมาที่ทำได้ไม่ดีนัก และความรู้สึกหลังมาลงเล่นให้ทีมชาติไทยในรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในศึกเอเอฟซี และสามารถช่วยทีมทำสกอร์จากนัดแรกที่พบกับทีมชาติบาห์เรนไปได้ถึง 5-0

แม้ในช่วงซีเกมส์ 2019 ที่จัดขึ้น ณ ฟิลิปปินส์ ที่ผ่านมาทิตาธร อักษรศรี นั้นโดนวิจารณ์ถึงฟอร์มการเล่นอย่างหนัก อย่างไรก็ตามในศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี 2020 นี้ เขาก็ได้มีรายชื่อติด 1 ใน 23 คน ที่ถูกโค้ชอากิระ นิชิโนะ เลือกมาเล่นเป็นแบ็คซ้ายให้ทีมชาติไทย และสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จึงพาทีมคว้า 3 คะแนน และขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มเอได้สำเร็จ โดยเจ้าตัวได้กล่าวถึงความรู้สึกหลังจากเล่นนัดแรกไว้ว่า

“ผมโดนเสียงวิจารณ์จากซีเกมส์มาเยอะมาก พอมารายการนี้ผมจึงอยากทำทุกอย่างให้เต็มที่ที่สุด ให้ดีกว่าผลงานที่ออกไปในตอนนั้น”

“ส่วนตัวผมไม่ได้พอใจกับผลงานของตัวเองตอนซีเกมส์อยู่แล้ว เรารู้ว่าเราทำได้ดีกว่านี้ มันเป็นช่วงฟอร์มตกของผม ยอมรับว่ารู้สึกแย่ครับที่โดนวิจารณ์แต่ก็พยายามลืม ๆ มันไป พอลงสนามก็พยายามแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ หลังจบซีเกมส์ผมกลับไปปรีซีซันกับสโมสร ผมตั้งใจซ้อมให้หนักกว่าเดิมเพราะรู้ว่าตอนไปเล่นซีเกมส์เรายังดีไม่พอ”

“ตลอดเวลาที่ซ้อมช่วงเบรกทีมชาติ ผมพยายามซ้อมให้มากขึ้น พยายามหาจุดที่ต้องแก้ไขแล้วฝึกตรงนั้นเพิ่มให้ดีขึ้น เพราะหวังจะให้มันดีกว่าเดิมจนได้ผลที่ออกมาตามที่หวังไว้”

“ที่ผ่านมาอาจจะโดนมาเยอะแต่ผมไม่เคยรู้สึกท้อ ผมคิดว่าถ้าเล่นไม่ดีก็ต้องมีเจออะไรแบบนี้อยู่แล้ว ผมไม่ได้มองว่าโดนวิจารณ์แล้วต้องรู้สึกท้อแท้อะไร คิดเสมอว่าสักวันถ้าเรากลับมาเล่นดีคนก็จะมองเราอีกแบบหนึ่ง”

“ก่อนลงเล่นเกมกับบาห์เรน ผมบอกกับตัวเองว่าลงไปต้องทำให้เต็มที่ขออย่ามีอะไรผิดพลาด ทำทุกอย่างให้เต็มที่ที่สุดไม่ว่า ผลจะเป็นอย่างไรให้พอใจกับสิ่งที่ตัวเองได้ลงไปทำจนเต็มที่แล้ว”

“เกมกับบาห์เรน ผลออกมาเป็นแบบนี้มันทำให้เรามั่นใจขึ้น แต่หลังจากนี้เราจะเจองานหนักขึ้นแน่นอน ไม่ว่าจะออสเตรเลีย หรือ อิรัก เราต้องไม่ประมาทและต้องเร่งตัวเองให้เหมือนกับนัดที่เราชนะบาห์เรนให้ได้” แบ็คซ้ายวัย 22 ปี กล่าวปิดท้าย

ต้อนรับ อดุล หละโสะ กลับสู่สโมรสรชลบุรี เอฟซี อีกครั้ง

ฉลามชล คว้าตัว อดุล หละโสะ กองกลางมากประสบการณ์ กลับสู่ สโมสร ชลบุรี เอฟซี อีกครั้ง หลังจากที่บอร์ดบริหารเซ็นสัญญาเพื่อให้มาคุมแผงกองกลาง เพื่อเตรียมลุยศึกฤดูกาล 2020 นี้ โดยนับว่าเป็นแข้งใหม่รายที่ 5 ของฉลามชลในซีซันนี้

ล่าสุด ชลบุรี เอฟซี ได้เปิดตัว อดุล หละโสะ กองกลางวัย 34 ปี กลับสู่เหย้าอีกครั้ง หลังจากที่ฉลามชลเคยเป็นทีมแจ้งเกิดของเขา โดย อดุล หละโสะ ลงเล่นให้ ชลบุรี เอฟซี เมื่อ 5 ปีก่อน ในช่วงปี 2016 และหลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ อดุล หละโสะ ได้เผยความรู้สึกผ่าน Chonburifootballclub.com ว่า

“รู้สึกก็ดีใจมาก ๆ ครับ เหมือนได้กลับมาบ้านอีกครั้ง ต้องขอบคุณ ชลบุรี เอฟซี ที่ยังให้โอกาสผมได้กลับมาเล่นที่นี่”

“ส่วนเป้าหมายปีนี้ ด้วยอายุ 34 ต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างมาก เพื่อแสดงให้เห็นว่า เรายังเล่นและเป็นประโยชน์กับทีม ซึ่งหลังจากที่ได้มาร่วมฝึกซ้อมกับทีมมาประมาณ 1 เดือน ผมคิดว่าด้วยระบบที่ดีของ ชลบุรี เอฟซี ที่มีมาอย่างยาวนานรวมถึงศักยภาพของทีมที่ได้เห็น ชลบุรี เอฟซี ไม่เป็นรองใครในไทยลีกปีนี้แน่นอนครับ โดยเป้าหมายของเรานอกเหนือจากผลงานที่ดีขึ้นในไทยลีกแล้ว โอกาสคว้าแชมป์ในฟุตบอลถ้วยทุก ๆ รายการที่ลงเล่น หากเรามีการวางแผนและเตรียมทีมในแต่ละเกมที่ดี เราก็มีโอกาสที่จะคว้าแชมป์มาครองได้ครับ” เขากล่าวทิ้งท้าย

สำหรับ อดุล หละโสะ เกิดเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2529 อายุ 34 ปี เป็นชาว จ. พัทลุง ย้ายมาเรียน และ เล่นฟุตบอล ให้กับ โรงเรียน จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย จ.ชลบุรี ตั้งแต่ ม.6 จากนั้นเป็น 1 ในกลุ่มนักเตะดาวรุ่งที่ถูกผลักดันขึ้นสู่ ทีมชุดใหญ่ ของ ชลบุรี เอฟซี จนมีส่วนสำคัญ ช่วยให้ทีม คว้าแชมป์ไทยลีก ได้ในเมื่อปี 2550 ก่อนที่ในปี 2551 จะได้ย้ายไปค้าแข้ง ที่ประเทศ ญี่ปุ่น กับ สโมสร ต๊อตโตริ ทีมในระดับ ดิวิชั่น 3

จากนั้น ในปี 2552 อดุล หละโสะ กลับมาเล่น ให้กับ ชลบุรี เอฟซี อีกครั้ง และในปีต่อมา จะมีส่วนสำคัญ ในการพา “ฉลามชล” ผงาดคว้า แชมป์ฟุตบอล เอฟเอ คัพ จนกระทั่งในปี 2558 จึงตัดสินใจอำลา ถิ่น ชลบุรี สเตเดี้ยม ไปค้าแข้งให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต่อด้วย สุพรรณบุรี เอฟซี ก่อนจะกลับมา เป็นสมาชิกใหม่ ของ ชลบุรี เอฟซี อีกครั้ง ในซีซั่น 2020 นี้